MENU
canon

Canon EOS 100D

กล้อง EOS 100D ไม่เพียงเป็นกล้อง DSLR ที่เล็กที่สุดในโลก ณ ขณะนี้ แต่ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติและฟังก์ชันสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่ครบถ้วนสนุกสนาน

ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมากล้องดิจิตอลแบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ขนาดเล็ก (CSCs) มากมายหลายรุ่นถูกเปิดตัวออกมาและเข้ามาครองตำแหน่งกล้องในดวงใจของเหล่าบรรดาช่างภาพทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กล้อง DSLR ที่เป็นราชาแห่งโลกของกล้องถ่ายภาพ กำลังถูกเขย่าบัลลังก์จากกล้องตัวเล็กประสิทธิภาพสูงทั้งหลาย

แม้กระทั่งทาง Canon เองก็ได้ทำการเปิดไลน์ผลิตกล้องแบบ CSC  ขึ้นมาและได้เปิดตัวกล้องรุ่น  EOS-M ออกมาด้วยเช่นกัน ซึ่งถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้สร้างกระแสเขย่าวงการ มากเท่ากับกล้องแบบ DSLR ที่ทาง Canon นั้นมีความเชี่ยวชาญและมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นอยู่แล้ว

และทางออกนั้นทำให้ทาง Canon ได้ทำการเปิดตัวกล้องรุ่น  EOS 100D ซึ่งเป็นกล้อง DSLR ที่มีขนาดเล็กและเบาที่สุดในโลกขึ้นมา ด้วยขนาดบอดี้ที่เล็กลง 25% และมีน้ำหนักที่เบาลง 28% เมื่อเทียบกับกล้องรุ่นพี่ที่เล็กที่สุดอย่าง EOS 650D โดยที่ทางทีมวิศวะกรออกแบบของ Canon คงต้องทำงานอย่างหนักมากในการย่อส่วนกล้องรุ่นนี้

 

คุณสมบัติที่น่าสนใจ

ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆภายในตัวกล้อง ได้ถูกลดขนาดลงเพื่อบรรจุเข้าไปในบอดี้ขนาดเล็กมาก โดยที่ยังใช้เซ็นเซอร์แบบ APS-C ขนาด 18 ล้านพิกเซลแบบเดิม ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์แบบ Hybrid CMOS AF II รุ่นเดียวกันกับกล้อง EOS 650D และรุ่น EOS-M และยังมีระบบออโต้โฟกัสแบบ Phase detection pixels ช่วยในการปรับโฟกัสอัตโนมัติผ่านทางหน้าจอ Live view หรือใช้กับการถ่ายวิดีโออีกด้วย

ด้วยความที่กล้องตัวนี้มีตำแหน่งถูกจัดวางอยู่ตรงกลางระหว่างกล้องรุ่น EOS-M และกล้องรุ่น EOS 650D ทำให้มันมีความสามารถที่สนุกสนานติดมาด้วยอย่างเช่น ฟิลเตอร์ดิจิตอล (Digital filters) แบบต่างๆ ติดมาด้วย แต่ในครั้งนี้คุณสามารถดูเอฟเฟ็คท์ของภาพที่คุณใส่ฟิลเตอร์แล้ว ผ่านหน้าจอแสดงผลได้ทันที (ผ่านทางการแสดงผลแบบ Live view) ก่อนการบันทึกภาพจริง

ถึงแม้ว่ากล้องนี้จะมีขนาดพอๆ กับกล้องแบบ CSC แต่กล้องรุ่น EOS 100D ยังมีพื้นที่พอสำหรับการใส่ช่องมองภาพแบบออปติคอลที่ให้ค่ากำลังขยายขนาด 0.87x ที่ครอบคลุมพื้นที่ในการมองถึง 95% อีกด้วย

แล้วด้วยความที่กล้องมีขนาดเล็ก แบตเตอร์รี่ก็เลยมีขนาดเล็กกว่าของกล้องรุ่น 650D แต่ก็สามารถถ่ายภาพได้ถึง 380 ภาพ และแฟลชที่ติดมากับกล้องก็มีค่าไกด์นัมเบอร์ขนาด 9.4 เมื่อเทียบกับ รุ่นEOS 650D ที่มีค่าไกด์นัมเบอร์อยู่ที่ 13

เช่นเดียวกันกับรุ่น EOS 650D และรุ่น EOS-M ในกล้องรุ่น EOS 100D ก็มีหน้าจอทัชสกรีนแบบ Capacitive เช่นกัน เพียงแต่มันไม่สามารถพลิกปรับมุมต่างๆ ได้ เหมือนในรุ่น EOS 650D และ EOS 700D

และแม้ว่ามันจะมีขนาดเล็กกว่ากล้อง DSLR ของ Canon รุ่นอื่นๆ แต่มันก็ยังคงใช้เมานท์เลนส์มาตรฐานแบบ EF-S เหมือนกัน ซึ่งทำให้คุณสามารถใช้กล้องนี้ร่วมกับเลนส์จำนวนมากของ Canon ได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงเลนส์จากค่ายอิสระอื่นๆ ได้อีกด้วย แต่เนื่องจากนี่ไม่ใช่ชุดเลนส์ที่มีขนาดเล็กในแบบ กล้อง CSC จึงทำให้ขนาดโดยรวมของชุดกล้องทั้งหมดนั้นไม่ได้มีขนาดที่เล็กลงจากเดิมมากอย่างที่คิด เพราะขนาดตัวกล้องเท่านั้นที่เล็กลง แต่ขนาดของตัวเลนส์ยังคงมีขนาดเท่าเดิมไม่ได้เล็กลงตามแบบของเลนส์ของกล้องแบบ CSC

DCM140.canon100d.sensor

คุณภาพการผลิตและการใช้งาน

สิ่งแรกที่เรารู้สึกได้จากการจับถือกล้องรุ่น EOS 100D ก็คือ ขนาดและน้ำหนักที่ลดลงไปมาก เมื่อเทียบกับกล้อง DSLR รุ่นเล็กระดับเริ่มต้นรุ่นอื่นๆ ซึ่งเมื่อเทียบขนาดแล้วมันมีขนาดที่เล็กมากอย่างเห็นได้ชัด

และถึงแม้ว่าบอดี้ของกล้องจะมีขนาดเล็ก แต่การวางปุ่มต่างๆ นั้นยังคงทำได้ดีมาก เพราะมันไม่ทำให้เรารู้สึกติดขัดในการใช้งาน หรือว่ามีความรู้สึกถูกอัดแน่น เต็มพื้นที่ไปหมด และกริปมือจับที่มีขนาดใหญ่อวบอ้วน ช่วยให้การจับถือทำได้อย่างถนัดมือ ถึงแม้จะถ่ายภาพด้วยมือข้างเดียวก็ตาม โดยปุ่มส่วนใหญ่สามารถกดได้ด้วยนิ้วโป้ง และถ้าคุณเคยใช้กล้อง DSLR ของ Canon ก่อน คุณจะสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยเหมือนอยู่บ้านเลยทีเดียว

แป้นปรับโหมดบันทึกภาพที่ด้านบนของตัวกล้อง สามารถหมุนปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วทันใจ ไม่ว่าจะเป็นโหมดอัตโนมัติเต็มรูปแบบ โหมดแมนวล หรือโหมดกึ่งอัตโนมัติ (เช่น โหมดตั้งช่องรับแสงเองและโหมดตั้งความเร็วชัตเตอร์เอง)

และยังมีโหมด Creative Auto ที่ช่วยแนะนำวิธีการถ่ายภาพให้กับช่างภาพมือใหม่ เช่นวิธีการสร้างสรรค์เอฟเฟ็คท์ต่างๆ ที่ต้องการ อาทิการสร้างภาพหน้าชัดหลังเบลอ โดยใช้คำอธิบายง่ายๆ ไม่ใช่ภาษาเฉพาะของช่างภาพซึ่งช่วยให้คุณเข้าใจได้ง่ายๆ

ส่วนโหมดวิดีโอที่เคยเอาไปอยู่รวมไว้กับแป้นหมุนตั้งบันทึกภาพหลักด้านบนของตัวกล้อง เหมือนกับกล้อง DSLR รุ่นก่อนๆ ตอนนี้ได้เปลี่ยนมาเป็นสวิตช์เปิด/ปิดแทน ช่วยให้คุณสามารถถ่ายวิดีโอได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

และแม้ว่ามันจะมีปุ่มให้กดตั้งค่าต่างๆ น้อยลงกว่าปกติ แต่ด้วยการใช้ปุ่ม Quick Menu ที่ช่วยให้คุณเข้าไปปรับตั้งค่าหลักๆ ที่จำเป็นได้ทันที อาทิเช่น ค่าไวท์บาลานซ์ หรือระบบการวัดแสง เป็นต้น และคุณยังสามารถใช้ปุ่มบังคับทิศทางร่วมกับแป้นหมุนด้านหน้า หรือใช้แป้นหมุนปรับร่วมกับหน้าจอแบบทัชสกรีนก็ยังได้

ภาพหน้า 5

ข้อดีที่โดดเด่นของการใช้งานหน้าจอแบบทัชสกรีนคงไม่พ้นตอนดูภาพ ที่เปิดโอกาสให้คุณสามารถเลื่อนเปลี่ยนภาพด้วยการใช้นิ้วปาดหน้าจอไปมา หรือแตะหน้าจอเพื่อซูมดูภาพได้อย่างฉับไวเพื่อตรวจเช็คจุดโฟกัสผ่านทางหน้าจอแสดงผล และเมื่อคุณถ่ายภาพผ่านจอ คุณยังสามารถใช้ระบบทัชสกรีนเลือกจุดโฟกัส และสั่งกดชัตเตอร์ได้อีกด้วย ซึ่งได้ประโยชน์มากในการถ่ายวิดีโอหรือใช้กล้องถ่ายภาพในมุมที่ไม่ปกติธรรมดาได้อย่างสะดวกคล่องตัว

และสิ่งหนึ่งที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับกล้อง EOS 100D ก็คือถ้าหากคุณไม่ชอบหน้าจอแบบทัชสกรีน   คุณก็ยังสามารถควบคุมกล้องด้วยปุ่มกดตามปกติได้อีกด้วย

Canon ได้บรรจุลูกเล่นฟิลเตอร์ดิจิตอล (Digital filters) แบบต่างๆ มากมายมาไว้ในกล้องรุ่น EOS 100D เพียงแต่ยังมีข้อจำกัดในการใช้อยู่บ้างนิดหน่อย เช่น หากคุณใช้โหมดถ่ายภาพหลักๆ ทั่วไปที่ส่วนใหญ่ใช้กันอย่างเช่น โหมดเลือกช่องรับแสงเอง (Aperture Priority Mode) คุณจะใช้ฟิลเตอร์เหล่านี้ได้เมื่อใช้ Live view เท่านั้น และไม่สามารถบันทึกเป็นไฟล์ RAW ได้ และแม้ว่าในโหมด Creative Auto จะทำให้คุณสามารถใช้ฟิลเตอร์ดิจิตอลได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่มันก็จะทำให้คุณเสียการควบคุมกล้องไปในบางส่วน เช่น การตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์

ส่วนของการตั้งค่าใช้งานฟังก์ชัน Picture Styles เพื่อให้เหมาะสมกับภาพแต่ละประเภท อาทิเช่น แบบ Landscape หรือแบบ Monochrome นั้นสามารถเลือกใช้งานได้อย่างง่ายดายไม่เหมือนกับฟิลเตอร์ดิจิตอล แถมยังสามารถบันทึกเป็นไฟล์ RAW เมื่อถ่ายภาพในโหมดมาตรฐานได้อีก และยังมีช่องว่างอีก 3 ช่อง เพื่อให้คุณปรับตั้งค่าแบบคัสตอมตามใจคุณ เช่น ภาพขาว-ดำ ที่มีคอนทราสต์สูง เป็นต้น

DCM140.canon100d.video

ประสิทธิภาพ

ทีมวิศวกรของ Canon นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการย่อส่วนกล้อง DSLR ให้เล็กลงมาได้อย่างน่าทึ่ง และเรายังประทับใจกับคุณภาพของรูปถ่ายที่ได้จากกล้อง EOS 100D นั่นเป็นเพราะ เซ็นเซอร์ภาพขนาด 18 ล้านพิกเซล สามารถเก็บรายละเอียดของภาพไว้อย่างครบถ้วนสวยงามสมจริงได้อย่างยอดเยี่ยม การถ่ายทอดสีสันของกล้องก็ทำได้โดดเด่นไม่แพ้กัน ภาพถ่ายที่ได้มีความสดใส ไม่จัดจ้านจนเกินไป และยังมีฟังก์ชัน Picture Styles เพื่อให้คุณสามารถปรับแต่งภาพในสไตล์ของคุณได้ตามความชอบอีกด้วย

ระบบไวท์บาลานซ์แบบอัตโนมัติก็ทำได้เป็นอย่างดีในสถานการณ์หลักๆ ทั่วไป โดยอาจจะออกอาการติดโทนอุ่นอยู่บ้าง เมื่อเจอกับสภาพแสงประดิษฐ์ และถ้าคุณไม่พอใจค่าที่กล้องเลือกมาให้ การปรับตั้งค่าไวท์บาลานซ์แบบค่าพรีเซตของกล้องด้วยตัวของคุณเองก็ยังสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

ภาพหน้า 4 บน

กล้อง EOS 100D ยังคงใช้ระบบวัดแสงประสิทธิภาพสูงแบบ iFCL ของ Canon โดยที่โหมดวัดแสงเฉลี่ยแบบ Evaluative นั้นยังคงเป็นรูปแบบการวัดแสงหลักที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับกล้องรุ่นพี่ตัวอื่นๆ ที่ให้ค่าเปิดรับแสงถูกต้องและแม่นยำ อย่างไรก็ตามในบางครั้งเมื่อเจอกับสถานการณ์ที่มีค่าความเปรียบต่างสูง มากๆ กล้องอาจจะให้ค่าแสงเปลี่ยนไปตามค่าความสว่างของจุดโฟกัสที่เลือกไว้ ซึ่งคล้ายกับการเลือกใช้ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยหนักกลางหรือแบบเฉพาะจุด เนื่องจากซึ่งค่าแสงที่ออกมาจะมากหรือน้อยนั้นเกี่ยวเนื่องกับจุดโฟกัสที่ถูกเลือกไว้ในภาพด้วย

ประสิทธิภาพในการควบคุม Noise นั้นทำได้เป็นอย่างดี ด้วยความสามารถในการให้รายละเอียดที่คมชัดเป็นอย่างดีแม้จะใช้ค่าความไวแสงในระดับกลางๆ อย่าง ISO 400 และเมื่อใช้ค่า ISO 1600 ขึ้นไป จะเริ่มมี Noise ให้เห็นขึ้นในภาพมาบ้าง แต่ก็ยังคงสามารถใช้งานได้ในงานพิมพ์ ส่วนที่ค่า ISO 3200 ก็ยังสามารถใช้งานขนาดเล็กได้ แต่ถ้าซูมเข้าไปดูที่ 100% แล้วจะมี Noise เกิดขึ้นให้เห็นพร้อมๆ กับรายละเอียดของภาพที่ลดลง

การทำงานของระบบโฟกัสอัตโนมัติผ่านทางช่องมองภาพทำได้อย่างดีเยี่ยม กล้องสามารถโฟกัสไปที่วัตถุได้ง่ายและรวดเร็ว และมีแค่จุดตรงกลางเท่านั้นที่เป็นแบบ Cross-type ซึ่งทำงานได้ละเอียดที่สุด โดยคุณอาจจะเลือกโฟกัสตรงกลางไว้ก่อน แล้วค่อยปรับมุมภาพให้เป็นตามที่คุณต้องการ แล้วค่อยกดชัตเตอร์ในจังหวะที่คุณต้องการก็ทำได้

อย่างไรก็ตามความเร็วของระบบโฟกัสอัตโนมัติมีการลดลงให้เห็นเมื่อใช้งานผ่านฟังก์ชัน Live View จากระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบไฮบริด ซึ่งคุณอาจจะต้องรอซักพักจนกว่ากล้องจะหาจุดที่คุณต้องการเจอ ซึ่งอาจไม่ได้รวดเร็วทันทีเหมือนกับกล้องแบบ CSC ที่มีความฉับไวมากกว่า

สำหรับผู้ใช้ที่ไม่ถูกกับช่องมองภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EVF) จะรู้สึกยินดีและพอใจกับช่องมองภาพแบบออปติคอล (OVF) ของกล้อง EOS 100D อย่างแน่นอน มันมีความสว่างและชัดเจน แม้ว่ามันอาจจะเล็กและไม่ครอบคลุมพื้นที่ 100% ก็ตาม และจอแสดงผลแบบ Live View ก็ยังไม่สามารถหมุนพับได้ ซึ่งก็อาจจะมีการติดขัดอยู่บ้างเมื่อต้องการถ่ายภาพจากมุมที่ไม่ปกติธรรมดา

อย่างไรก็ตามจากการที่ทาง Canon ได้บรรจุฟิลเตอร์ดิจิตอล แบบต่างๆ มาให้ในกล้อง EOS 100D ตัวนี้ ซึ่งช่วยทำให้การสร้างสรรค์ภาพถ่าย ของคุณสนุกสนานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะฟิลเตอร์แบบ Grainy Black and White ที่ให้ภาพถ่ายโทนขาวดำที่มีเกรนภาพชัดเจน และเอฟเฟ็คท์ Toy Camera ที่แปลกตา

DCM140.canon100d.af_det

บทสรุป

Canon สามารถสร้างกล้อง EOS 100D ออกมาได้อย่างโดดเด่นเป็นพิเศษ ด้วยตัวกล้องขนาดเล็กที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถในแบบกล้อง DSLR ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่มีคุณภาพเทียบเท่ารุ่นพี่ของมันอีกด้วย อย่างไรก็ตามมันก็ยังมีข้อจำกัดจากขนาดตัวกล้องที่เล็ก แต่ยังคงใช้ชุดเลนส์ขนาดปกติ เช่นถ้าคุณลองใช้เลนส์คิทขนาด 18-55 มม. ที่มากับชุดกล้องของมัน เพียงแค่นั้นก็ทำให้มันมีขนาดที่ไม่ได้เล็กไปกว่ากล้องในระดับเริ่มต้นรุ่นอื่นๆ ของ Canon และ ยิ่งถ้าคุณคิดจะใช้เลนส์หลายๆ ตัวควบคู่กันล่ะก็ คุณก็ต้องการกระเป๋ากล้องที่ใหญ่พอๆ กับกล้องแบบ DSLR ขนาดปกติอยู่เช่นเดิม

เราแนะนำให้ลองหาเลนส์แบบแพนเค้กขนาด 40 มม. มาใช้คู่กับกล้อง ด้วยความที่มันมีขนาดเล็กเหมือนกัน บวกกับเรื่องความยาวโฟกัสที่เหมาะสม ช่วยให้มันเป็นคู่หูที่เหมาะกับการถ่ายภาพแนวสตรีทได้เป็นอย่างดี

เลนส์คิทรุ่นใหม่ขนาด 18-55 มม. STM ที่จัดชุดมาพร้อมกับกล้อง มีการตอบสนองต่อทำงานได้เป็นอย่างดี และถ้ากล้องตัวนี้จะเป็นกล้อง DSLR ตัวแรกของคุณ การซื้อเป็นชุดกล้องและเลนส์พร้อมกันนั้นมีความคุ้มค่ามากกว่าการซื้อเฉพาะบอดี้เปล่าๆ อย่างแน่นอน

 

รายละเอียด

เซ็นเซอร์ภาพแบบ CMOS ความละเอียดขนาด 18 ล้านพิกเซล ให้ภาพถ่ายเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ครบถ้วน และมีโทนภาพที่สม่ำเสมอสวยงาม

สีสัน

ระบบไวท์บาลานซ์อัตโนมัติให้ภาพถ่ายที่มีสีสันใสเคลียร์ ไม่ผิดเพี้ยน อีกทั้งยังให้โทนสีผิวที่ถูกต้องดูดี

ช่วงเลนส์มากมาย

เมื่อเทียบกับขนาดของตัวกล้องที่เล็กมากแล้ว กล้อง EOS 100D มีเลนส์เมานท์ EF ให้เลือกใช้มากมาย อย่างเช่นภาพนี้ถ่ายด้วยเลนส์ Canon 50 มม. f/1.4

สิ่งหนึ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับกล้อง  EOS 100D ก็คือถ้าหากคุณไม่ชอบหน้าจอแบบทัชสกรีน  คุณก็ยังสามารถควบคุมกล้องด้วยปุ่มกดตามปกติได้อีกด้วย

 DCM140.canon100d.top

เจาะคุณสมบัติของกล้อง… EOS 100D

มาดูคุณสมบัติหลักๆ ที่น่าสนใจของกล้องตัวนี้

ถึงแม้จะมีขนาดที่เล็ก แต่ Canon ยังสามารถใส่ช่องมองภาพออปติคอลมาให้ นับเป็นข่าวดีของคนที่ไม่ชอบช่องมองภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์

เมื่อใช้งาน Live View กล้องจะใช้ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบไฮบริดที่แม่นยำ และยังสามารถดูผลของฟิลเตอร์ได้ทันทีอีกด้วย

กดปุ่ม Quick Menu เพื่อเข้าสู่การปรับตั้งค่าต่างๆ ที่ใช้งานเป็นประจำได้อย่างรวดเร็ว อาทิ ค่าไวท์บาลานซ์ เป็นต้น

กล้อง EOS 100D มีจุดโฟกัสอัตโนมัติ 9 จุด แต่มีเพียงจุดเดียวบริเวณตรงกลางที่เป็นแบบ Cross-Type

ประสิทธิภาพในการควบคุม Noise นั้นทำได้เป็นอย่างดีแม้จะใช้ค่าความไวแสงที่ค่อนข้างสูงมากกว่าปกติก็ตาม

ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบไฮบริดสามารถทำการโฟกัสภาพผ่านทางหน้าจอแสดงผลแบบ Live View ได้อย่างคมชัดและรวดเร็ว

“ภาพถ่ายมีสีสันที่สดใสสวยงาม อีกทั้งยังสามารถทำการปรับค่า Picture Styles ให้เหมาะกับภาพของคุณได้ตามความต้องการ”

 

อธิบายเทคโนโลยี
Hybrid AF Focusing

ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบไฮบริด (The hybrid autofocusing system) ถูกเปิดตัวเมื่อปีที่แล้วพร้อมกับ กล้อง EOS 650D การโฟกัสแบบไฮบริดนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างระบบ Phase Detection และ Contrast Detection ซึ่งเป็นการรวมข้อดีของทั้ง 2 ระบบเข้าด้วยกัน โดยทั่วไปนั้น ระบบ Phase Detection จะทำงานได้รวดเร็วกว่า ส่วนระบบ Contrast Detection จะทำงานได้แม่นยำกว่า และมันทำงานโดยใช้เซ็นเซอร์รับภาพของกล้องหาวัตถุที่จะโฟกัสไปก่อน จากนั้นจึงใช้ระบบ contrast เพื่อปรับแต่งขั้นสุดท้ายเพื่อให้มีความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบไฮบริดนี้จะทำงานได้ด้วยการถ่ายภาพผ่าน Live View เท่านั้น

ในกล้อง EOS 100D นั้น มีเซ็นเซอร์ของระบบ Phase Detection อยู่บนตัวรับภาพถึง 80% ซึ่งช่วยให้มีการทำงานอย่างได้รวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

Comments are closed.