MENU
lumix

Panasonic Lumix G6

กล้อง Lumix ตระกูล G รุ่นน้องล่าสุดจาก Panasonic ที่ได้รับการอัพเกรดประสิทธิภาพแซงหน้ากล้องรุ่นพี่ไปหลายก้าว พร้อมรองรับทุกการสร้างสรรค์ภาพถ่ายคุณภาพเยี่ยมได้อย่างสนุกสนาน    

Panasonic ได้เปิดตัวกล้องแบบ CSC (Compact system camera) ออกมาเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน ปี 2008 และกล้อง Lumix G6 นี้ นับได้ว่าเป็นกล้องในเจเนอเรชั่นที่ 5 ของตระกูล G-series จากสายการผลิตกล้องแบบไร้กระจกสะท้อนภาพของบริษัท Panasonic

กล้องLumix G6 ตัวใหม่นี้ ถูกจัดวางตำแหน่งไว้ให้อยู่เหนือกล้อง Lumix GF6 และรองลงมาจากกล้องรุ่น Lumix GH3 ซึ่งเป็นพี่ใหญ่โดยทางบริษัท Panasonic ได้ตั้งใจให้นี่เป็นกล้องสำหรับช่างภาพที่จริงจังและต้องการกล้องถ่ายภาพประสิทธิภาพสูงที่มีน้ำหนักเบามากกว่าชุดกล้อง DSLR ซึ่งกล้อง Lumix  G6 นี้สามารถให้การควบคุมและตอบสนองต่อ การใช้งานได้ในแบบเดียวกันกับกล้อง DSLR ด้วยการมีโหมดบันทึกการถ่ายภาพมาตรฐานมาให้อย่างครบถ้วนตั้งแต่ โหมดแมนวล โหมดปรับตั้งค่าช่องรับแสงเอง โหมดตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์เอง และอีกสารพัดออปชั่นตัวเลือกแบบออโต้สำหรับช่างภาพมือใหม่

 

คุณสมบัติที่น่าสนใจ

กล้องรุ่น Lumix G6 ยังคงใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Live MOS ขนาด 16.05 ล้านพิกเซล ที่เคยอยู่ในกล้อง Lumix G5 (และ รุ่น GH2) มาใช้กับกล้อง Lumix G6 เหมือนเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปคือการใช้ ชิพประมวลผล Venus Engine รุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับการอัพเกรดประสิทธิภาพให้สูงมากขึ้นกว่าเดิม ระบบทัชสกรีนที่ตอบสนองได้ฉับไวยิ่งขึ้น รวมถึงช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EVF) ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีมากขึ้นจากเดิม

ทางบริษัท Panasonic กล่าวว่า ชิปประมวลผลตัวใหม่ล่าสุดนี้ ทำให้กล้อง Lumix G6 สามารถถ่ายทอดภาพถ่ายออกมาได้อย่างมีคุณภาพ ที่ยอดเยี่ยมมากขึ้นกว่าที่เคย และมีช่วงความไวแสงกว้างมากขึ้นเป็น ISO 160-25600 (จากเดิม 12800) แถมยังช่วยทำให้ระบบโฟกัสอัตโนมัติมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสภาพแสงน้อย และยังทำให้มีความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องขนาด 7 เฟรมต่อวินาที (fps) โดยที่ความเร็วจะลดลงเหลือ 5 เฟรมต่อวินาที (fps) เมื่อใช้ระบบโฟกัสแบบ AF-tracking

กล้อง Lumix G6 นั้นยังคงมาพร้อมกับโหมดบันทึกภาพแบบ Creative Control ที่เต็มไปด้วยฟิลเตอร์และเอฟเฟ็คท์ต่างๆ ที่สามารถปรับตั้งได้ทันทีผ่านแป้นหมุนเปลี่ยนโหมดบันทึกภาพ อาทิเช่น โหมด Toy Camera และโหมด Impressive Art ที่ให้ภาพถ่ายสร้างสรรค์ที่สวยงามแปลกตา และยังคงมีฟังก์ชัน Photo Styles ที่หลากหลาย (Standard, Natural, Monochrome, Vivid, Scenery, Portrait and Custom) ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้สามารถบันทึกเป็นไฟล์ RAW และ JPEG พร้อมกันได้ โดยคุณจะได้ไฟล์ที่สะอาดเป็นแบบไฟล์ RAW และรูปที่มีเอฟเฟ็คภาพเป็นไฟล์ JPEG แต่ผู้ใช้จะไม่สามารถควบคุมค่ากล้องพื้นฐาน อย่างค่าการเปิดรับแสงได้ ในโหมด Creative Control แต่ในโหมดบันทึกภาพแบบ Photo Styles นั้นคุณสามารถคุมได้ทุกอย่างเหมือนเดิม

การเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi ของกล้อง Lumix G6 นั้นเป็นฟังก์ชันที่มีมีประโยชน์และแทบจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปแล้วสำหรับกล้องในยุคนี้ อีกทั้งกล้อง Lumix G6 ยังได้รับการติดตั้งชิป NFC (Near Field Communication) ซึ่งแปลว่าคุณสามารถเชื่อมต่อกล้องเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ในระยะที่ใกล้มากๆ กับ อุปกรณ์อื่นๆ ที่มีชิพ NFC นี้ได้อย่างสะดวก อาทิเช่น สมาร์ทโฟนแอนดรอยหรือแท็บเล็ต เพียงแค่การแตะเข้าด้วยกัน ในส่วนของ Apple นั้นในตอนนี้ยังไม่ได้มีการบรรจุชิปนี้ไว้ ซึ่งคงต้องรอลุ้นกันในรุ่นที่กำลังจะเปิดตัวต่อไป โดยในการใช้งานกับอุปกรณ์ที่ปราศจากชิป NFC ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายผ่านทาง Panasonic Image App ซึ่งเป็น App สำเร็จรูปโหลดได้ฟรีของ Panasonic

 rev_panG6_detD.tif

คุณภาพการผลิตและการใช้งาน

กล้อง Lumix G6 มีรูปร่างหน้าตาและการจับถือที่มีความจริงจังมากกว่ากล้อง Lumix G5 ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จากขนาดของบอดี้กล้องที่ดูบึกบึนมากขึ้น และผิวสัมผัสของตัวกล้องก็เปลี่ยนไป มีการเพิ่มปุ่ม Function เพิ่มมากขึ้นจากเดิมมาเป็น 5 ปุ่ม ซึ่งทำให้การตั้งค่าต่างๆ ของตัวกล้องเป็นไปได้อย่างสะดวก และรวดเร็วมากขึ้น เมื่อคุณได้ทำการตั้งค่าปุ่มกดเหล่านี้ตามที่คุณต้องการเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว

ที่น่าแปลกใจคือทาง Panasonic ไม่ยอมให้เราแก้ไขรายละเอียดภายในฟังก์ชัน Quick Menu ได้อย่างที่เคย แต่ในด้านดีก็คือออปชั่นต่างๆ ส่วนใหญ่ที่คุณต้องการหรือฟังก์ชันที่มีการใช้งานบ่อยๆ นั้นสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วจากการกดปุ่มที่เป็นปุ่มจริงๆ เพื่อเข้าไปปรับตั้งค่าต่างๆ ที่คุณต้องการได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเข้าไปตั้งในเมนูหลักบ่อยๆ

กล้อง Lumix G6 ใช้ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EVF) คุณภาพสูงแบบ OLED ที่มีความละเอียด 1,440,000 จุด (ในรุ่น G5 เป็นแบบ LCD ที่ความละเอียดเท่ากัน) ทำให้นี่เป็นช่องมองภาพที่ยอดเยี่ยม ให้ภาพที่ใสเคลียร์ และรายละเอียดของภาพที่คมชัดสบายตา

อีกสิ่งหนึ่งที่พัฒนาขึ้นมากจากกล้องรุ่น Lumix G5 คือหน้าจอแสดงผลทัชสกรีนขนาด 3 นิ้ว แบบกางพับหมุนได้ซึ่งให้ภาพคมชัดใสเคลียร์จากค่าความละเอียดขนาด 1,036,000 จุด ที่ให้การตอบสนองได้ดีมากขึ้น ช่วยให้การปรับตั้งค่าต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม ซึ่งตอบสนองได้ใกล้เคียงกับจอของ กล้อง Lumix GH3 มาก ซึ่งนี่ทำให้มีประโยชน์อย่างมากในการใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อใช้หน้าจอแบบทัชสกรีนนี้ร่วมกับระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Touchpad ซึ่งจะทำให้คุณสามารถทำการจิ้มแตะไปที่หน้าจอ เพื่อเลือกตำแหน่งที่คุณจะโฟกัส ในขณะที่คุณทำการจัดองค์ประกอบของภาพโดยการผ่านช่องมองภาพ EVF ไปด้วยได้อย่างสะดวดโดยไม่ต้องละสายตาออกมาจากช่องมองภาพ ให้เสียจังหวะในการกดชัตเตอร์บันทึกภาพ

ในการทดลองใช้งานจริงหน้าจอแสดงผลแบบทัชสกรีนของกล้อง Lumix G6  ให้ภาพที่มีความชัดเจนง่ายต่อการมอง แม้จะอยู่ในสภาวะที่แสงจ้ามาก และเนื่องจากมันสามารถหมุนปรับและกางออกได้อย่างคล่องตัว เราจึงสามารถใช้มันในการถ่ายภาพจากมุมแปลกๆ ได้สะดวกง่ายต่อการเล็งและจัดองค์ประกอบภาพได้เป็นอย่างดี

 rev_panG6_back.tif

ประสิทธิภาพ

ภาพถ่ายที่ได้จากกล้อง Lumix G6 นั้นมีคุณภาพดีอย่างน่าประทับใจ การวัดแสงทำได้อย่างเที่ยงตรงและ ให้สีสันที่เป็นธรรมชาติสวยงามสมจริง ด้วยระบบวัดแสงอันชาญฉลาดของ Panasonic แบบเฉลี่ย 1,728 โซน (1,728-Zone Intelligent Multiple zone) ที่มีการทำงานได้อย่างแม่นยำทั้งในสภาพแสงปกติทั่วไปหรือแม้แต่ในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างสูง อีกทั้งยังให้ผลลับง่ายต่อการคาดเดาจนทำให้คุณแทบจะไม่ต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยหนักกลางภาพหรือแบบเฉพาะจุด อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าอาจจะต้องมีการชดเชยค่าเปิดรับแสงอยู่บ้างในบางครั้งเมื่อมีสภาพแสงที่ยุ่งยากมากๆ แต่ก็เพียงแค่ราวๆ 1/3 EV เท่านั้นเอง

สีสันจากตัวกล้องโดยตรงทำออกมาได้เป็นอย่างดี และระบบไวท์บาลานซ์อัตโนมัติสามารถรับมือได้เป็นอย่างดีกับแทบทุกสภาพแสง อย่างไรก็ตามการใช้ค่าไวท์บาลานซ์แบบพรีเซตที่มีให้เลือกใช้อย่างครอบคลุมรวมถึงการตั้งค่าแบบคัสตอมนั้นก็ทำได้อย่างง่ายดายเพื่อให้เหมาะกับสภาพแสงที่ยุ่งยากหรือความต้องการเฉพาะด้านของช่างภาพแต่ละคน

และแม้จะใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบเดียวกับกล้องรุ่น G5 แต่กล้อง Lumix G6 กลับมีการถ่ายทอดรายละเอียดในภาพได้มากกว่า และมีดูดีมากกว่าเมื่อใช้ค่าความไวแสงที่สูงตั้งแต่ค่า ISO 800 และสูงมากกว่าขึ้นไป

ภาพถ่ายแบบ JPEG ที่เราถ่ายที่ค่า ISO1600 ยังคงมีรายละเอียดที่ครบถ้วนดี และมี Noise เกิดขึ้นมาให้เห็นน้อยมาก และมีร่องรอยการเกลี่ยโทนภาพให้เห็นเพียงเล็กน้อยด้วยเช่นกัน แต่เมื่อเพิ่มค่า ISO ไปถึง 6400 เราจะเห็นปริมาณการเกลี่ยรายละเอียดภาพมากขึ้นเมื่อมองที่ค่าขยาย 100% แต่ภาพที่ได้ก็ยังดูดีพอที่จะพิมพ์ภาพขนาด A3 ได้อยู่

 

ไฟล์ RAW สามารถสร้างภาพที่ให้รายละเอียดได้มากกว่าภาพจากไฟล์ JPEG แต่นั่นจะเป็นการทำให้ Noise ที่ปิดไว้เผยตัวออกมาแทน

Panasonic ยังคงให้โปรแกรม Silky Pix Developer Studio มาเป็นตัวแปลงไฟล์ RAW ติดมาด้วย ซึ่งนี่จัดเป็นโปรแกรมที่ดีมากในการแปลงไฟล์ภาพตัวหนึ่ง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้ใช้กล้อง Lumix G6 ส่วนใหญ่ก็คงไม่ได้ใช้โปรแกรม Silky Pix ในการตกแต่งและแปลงภาพเป็นหลัก เพราะไฟล์ RAW ของกล้อง Lumix G6 สามารถนำไปใช้งานกับ Photoshop CC, Element 11 และ Lightroom 5 ได้

ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติในกล้อง Lumix G6 นั้นก็ทำได้ดีเหมือนกับที่ทาง Panasonic ได้กล่าวไว้ ทั้งในด้านความรวดเร็วแม้จะทำการโฟกัสภาพในที่แสงน้อย และการโฟกัสภาพตามวัตถุที่เคลื่อนไหวก็ทำได้ดีอย่างน่าประทับใจ มันจะมีปัญหาจริงๆ ในสถานที่ที่มีแสงน้อยมากๆ จริงๆ และนั่นก็ยังก่อให้เกิด ปัญหาขึ้นกับกล้อง DSLR รุ่นอื่นๆ ที่ใช้ระบบ Phase Detection ด้วยเช่นกัน

rev_panG6_top.tif

คำตัดสิน

กล้อง Lumix G6 เป็นกล้องแบบ CSC ประสิทธิภาพเยี่ยมที่มีความลงตัวเป็นอย่างมากทั้งในด้านการใช้งานที่คล่องตัวสนุกสนานควบคู่ไปกับความสามารถในการบันทึกภาพที่หลากหลายน่าสนใจ จากการผสมผสานคุณสมบัติขั้นสูงยอดนิยมต่างๆ สำหรับยุคนี้เอาไว้ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะจากประสิทธิภาพของช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่คมชัด คุณภาพการตอบสนองที่ดีของหน้าจอแสดงผลแบบทัชสกรีนที่กางพับหมุนปรับได้รวมถึงการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi ที่สะดวกรวดเร็ว ซึ่งถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้ถูกสร้างมาให้แข็งแรงบึกบึน เหมือนกับกล้องรุ่น GH3 แต่มันก็มีขนาดเล็กมากกว่า และเหมาะกับการพกพาติดตัวไปไหนมาไหนได้ดีมากกว่า อีกทั้งยังรองรับสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่สวยงามคุณภาพสูงเต็มไปด้วยรายละเอียดครบถ้วนอย่างน่าประทับใจและมีการควบคุม Noise ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะเมื่อใช้ค่าความไวแสงในระดับที่ต่ำ ทั้งหมดนี้จึงทำให้กล้อง Lumix G6 เป็นกล้องที่โดดเด่นและสมบูรณ์แบบตัวล่าสุดจากตระกูล G-series ของ Panasonic ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

rev_panG6_annoC.tif

จอแสดงผลปรับหมุนได้

จอแสดงผลแบบทัชสกรีนที่กางพับหมุนได้ ช่วยให้ง่ายต่อการจัดองค์ประกอบภาพและบันทึกภาพ ในมุมมองสร้างสรรค์ที่แตกต่างได้อย่างสะดวกคล่องตัว

สีสัน

ภาพถ่ายที่ได้จากกล้องLumix G6  มีค่าไดนามิกเรนจ์ที่กว้าง และมีคอนทราสต์ที่ดี อีกทั้งยังให้ไฟล์ภาพที่สวยงามดูดีออกมาจากกล้องโดยตรง

ฟังก์ชัน Creative Control

ลูกเล่นในการสร้างสรรค์ภาพแบบ Creative Control ของ Panasonic เป็นทางเลือกอีกอันหนึ่งให้คุณได้ภาพทีมีเอกลักษณ์โดดเด่นน่าสนใจขึ้นกว่าเดิม และสามารถนำมาใช้งานได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

rev_panG6_detC.tif

เจาะคุณสมบัติของกล้อง… Lumix G6

มาดูคุณสมบัติหลักๆ ที่น่าสนใจของกล้องตัวนี้

มีปุ่ม Function แบบกดที่ตั้งค่าแบบคัสตอมได้ถึง 5 ปุ่ม และอีก 2 ปุ่มบนหน้าจอแสดงผลทำให้สามารถปรับเปลี่ยนการควบคุมกล้องได้ตามความถนัดของผู้ใช้แต่ละคน

กดที่ปุ่มนี้ เพื่อเข้าสู่โหมดบันทึกภาพ Intelligent Auto อันชาญฉลาดได้ทันทีที่ต้องการ

โหมดชัตเตอร์แบบสัมผัส (Touch Shutter mode) จะช่วยคุณเลือกจุดโฟกัสและใช้แตะเพื่อบันทึกภาพได้แทบจะทันทีที่คุณสัมผัสปลายนิ้วลงบนหน้าจอ

ปุ่มคานโยกขนาดเล็กบริเวณด้านบนของกล้องใช้เปลี่ยนช่วงโฟกัสเมื่อใช้กับเลนส์เพาเวอร์ซูม หรือใช้ตั้งค่าการเปิดรับแสงได้ด้วยเช่นกัน

กล้อง Lumix G6 เป็นกล้องแบบ CSC ประสิทธิภาพเยี่ยมที่มีความลงตัวเป็นอย่างมากทั้งในด้านการใช้งานที่คล่องตัวสนุกสนานควบคู่ไปกับความสามารถในการบันทึกภาพที่หลากหลาย 

ภาพถ่ายมีสีสันสดใสและเต็มไปด้วยรายละเอียดจากเซ็นเซอร์ภาพแบบ Live MOS ขนาด 16.05 ล้านพิกเซลและมีการควบคุม Noise ในภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบไวท์บาลานซ์อัตโนมัติของกล้อง Lumix G6 ให้ภาพถ่ายที่มีสีสันถูกต้องเป็นธรรมชาติ และสามารถถ่ายทอดโทนสีผิวของตัวแบบในภาพออกมาได้อย่างสวยงามสมจริง

“ชิปประมวลผลตัวใหม่ล่าสุด ทำให้กล้อง Lumix G6 สามารถถ่ายทอดภาพถ่ายออกมาได้อย่างมีคุณภาพ ที่ยอดเยี่ยมมากขึ้นกว่าที่เคยและมีช่วงความไวแสงกว้างมากขึ้นเป็น ISO 160-25600”

 rev_panG6_tech.tif

อธิบาย Remote Control App

Image App ใหม่จาก Panasonic นี้สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี และทำให้ผู้ใช้ G6 สามารถควบคุมกล้องผ่าน iPhone iPad หรืออุปกรณ์ Android อื่นๆ ได้ ไม่เหมือนกับอันอื่นที่ทำหน้าทีแค่กดชัตเตอร์ Image App ให้คุณสามารถปรับค่าการรับแสง ไวท์บาลานซ์ โหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง หรือเลือกจุดโฟกัส โดยการสัมผัสหน้าจออุปกรณ์ของคุณ ซึ่งเป็นประโยชน์มาก หาคุณไม่สามารถจะอยู่ที่จอหลังกล้องของคุณได้ ด้วยภาพ Live View ที่จะมาปรากฎบนหน้าจออุปกรณ์ เช่น ช่างภาพสัตว์ป่า ที่ต้องการบันทึกภาพผ่าน App ตัวนี้จากระยะไกล โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีตัวอะไรพุ่งเข้าใส่

 

 

Comments are closed.