MENU

Review
Category

1

Canon PowerShot ก G7X Mark II



Canon G7X Mark II

เซ็นเซอร์   CMOS ความละเอียด 20.1 ล้านพิกเซล
ขนาด 1 นิ้ว (12.8×9.6 มม.)
เลนส์  ซูม 4.2x เทียบเท่า 24-200 มม.
เมมโมรี่การ์ด  SD/SDHC/SDXC
ช่องมองภาพ   ไม่มี
ความละเอียดวิดีโอ  Full HD (1920x1080p) ที่ 60p, 50p, 30p, 25p และ 24p
ช่วงความไวแสง   125-6400 และขยายได้ถึง 25600
ภาพต่อเนื่องสูงสุด  8fps และ 5.4fps (ในโหมดโฟกัสติดตามวัตถุ)
จอแสดงผล   จอทัชสกรีน TFT ขนาด 3 นิ้ว แบบก้ม-เงยได้
ความละเอียด   1.04 ล้านจุด
ความเร็วชัตเตอร์   1/2,000 วินาที – 1 วินาที และแบบ Bulb
น้ำหนัก  319 กรัม
มิติ  105.5×60.9×42 มม.
แหล่งพลังงาน  แบตเตอรี่แบบ Li-Ion รุ่น NB-13L

กล้องคอมแพคท์ระดับพรีเมียมประสิทธิภาพสูงใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้วนั้นได้รับความนิยมและยอมรับจากกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการกล้องที่มีขนาดเล็กง่ายต่อแบบพกพาในขณะที่ยังคงมีควาต้องการภาพถ่ายที่มีคุณภาพสูงมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากคุณภาพเลนส์ ฟังก์ชันถ่ายภาพระดับสูงโดยเฉพาะการใช้งานในสภาพแสงน้อยและต้องการความรวดเร็วที่ทำได้ดีกว่าพวกกล้องคอมแพคท์ทั่วๆ ไปที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาดเล็กหรือกล้องในสมาร์ทโฟน ทำให้กล้องประเภทนี้กลายมาเป็นขวัญใจของทั้งเหล่าบรรดาช่างภาพมืออาชีพที่มองหากล้องสำรองเล็กๆ พกติดกระเป๋าไว้เช่นเดียวกับผู้ใช้มือสมัครเล่นที่ต้องการกล้องใช้งานง่ายแต่ให้ภาพถ่ายที่คมชัดสวยงามในแบบอัตโนมัติ

หลังจากที่ทาง Canon ได้เปิดตัวกล้องG7X รุ่นพี่ออกมาสร้างความประทับใจและได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มผู้ใช้ที่ชื่นชอบกล้องคอมแพคท์ความสามารถสูงไปแล้วเมื่อ2 ปีก่อน ในครั้งนี้ก็ได้เวลาอัพเดตสเปกกล้องในตระกูล G7X กันอีกครั้ง โดยที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่โดดเด่นเอาไว้เหมือนเดิม
ซึ่ง Canon PowerShot G7X Mark II ตัวนี้ยังคงรักษาแนวคิดของกล้องคอมแพคท์ขนาดเล็กที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ และการใช้งานที่ง่าย สะดวกสบาย แต่ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มเติมคุณสมบัติชั้นสูงใหม่ๆ ที่ดึงมาจากกล้องรุ่นใหญ่ เพื่อให้เป็นกล้องที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็น
อย่างไรนั้น มาลองดูกันต่อไป

คุณสมบัติที่น่าสนใจกล้อง

G7X Mark II นั้น เป็นผู้สืบทอดมาจากG7X ซึ่งเป็นกล้องตัวกลางของกลุ่มคอมแพคท์ระดับพรีเมียมประสิทธิภาพสูงของ Canonซึ่งยังคงใช้เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 1 นิ้วซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่มากกว่ากล้องคอมแพคท์ตามปกติทั่วไป โดยมีความละเอียดสูงขนาด
20.1 ล้านพิกเซล และมีเลนส์ซูมกำลังขยาย4x ที่มีระยะเทียบเท่า 24-100 มม. พร้อมช่องรับแสงกว้างสุด f/1.8-f/2.8 แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาใหม่นั้น คือชิปประมวลผล
ประสิทธิภาพสูง DIGIC 7 ตัวใหม่ล่าสุดของ Canon ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกล้องได้มากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ทั้งคุณภาพของภาพที่สูง
มากขึ้น (รองรับไฟล์ RAW 14 บิต)ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่เร็วมากขึ้น (จาก 6.5fps มาเป็น 8fps ทั้งไฟล์JPEG และ RAW) รวมไปถึงอายุการใช้งาน
ของแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น เป็น 265 ภาพ/การชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งสูงกว่า G7X ตัวเดิมถึง 25% เลยทีเดียว

กล้องรุ่น G7X Mark II นั้น ยังมาพร้อมกับโหมดการบันทึกภาพทั้งแบบแมนวล กึ่งอัตโนมัติ และอัตโนมัติ พร้อมการควบคุมต่างๆ ที่ให้อย่างครบครันซึ่งน่าจะถูกใจช่างภาพมือเก๋า ที่มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมกล้องอยู่แล้วซึ่งทาง Canon จึงได้ใส่ความสามารถในการบันทึกไฟล์ภาพนิ่งแบบ RAWพร้อมฟังก์ชันแปลงไฟล์ RAW มาให้ในกล้องอีกด้วย

ส่วนการใช้งานด้านวิดีโอ ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่กล้อง G7X Mark II มาพร้อมกับความสามารถในการบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงระดับ Full HD (1920x1080p ที่ 50, 25fps)ที่มีฟังก์ชันรองรับแบบ Dual ช่วยให้ถ่ายวิดีโอได้ง่ายขึ้นแม้ในขณะเดินถ่าย มาให้ทั้งในเรื่องของระบบกันสั่นแบบ Dual รวมถึงวงแหวนหมุนควบคุมบนกระบอกเลนส์ด้านหน้ากล้องที่ง่ายต่อการหมุนปรับใช้งานที่สามารถเลือกตั้งค่าต่างๆ ได้ตามต้องการอาทิ ปรับโฟกัสแมนวล ปรับค่าช่องรับแสงอีกทั้งยังมีสวิตช์เลื่อนการทำงานให้เป็บแบบมีคลิกหรือแบบหมุนลื่นปราศจากเสียงในขณะบันทึกวิดีโอ จอแสดงผลภาพแบบทัชสกรีน สามารถปรับมุมก้มลงได้45 องศา หรือเงยขึ้นมาได้ถึง 180 องศาซึ่งค่อนข้างเหมาะมากๆ สำหรับการทำVideoBlog เพราะคุณจะสามารถเลือกเปลื่ยนจุดโฟกัสได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องขยับไปวุ่นวายอะไรที่ด้านหลังกล้องอีกด้วย

2

ระบบวัดแสงอัตโนมัติและระบบโฟกัสอัตโนมัติมีการทำงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ภาพถ่ายที่ได้มีค่าเปิดรับแสงที่ไม่สว่างจ้า หรือมืดดำจนเกินไปแม้จะมีฉากหลังที่สว่างจ้ามากดังเช่นในภาพ

 

3

เลนส์ซูมกำลังขยายขนาด 4x (เทียบเท่า 24-100 มม.)ที่มีช่องรับแสงกว้างสุดถึง f/1.8-f/2.8ช่วยสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่มีช่วงชัดตื้นได้อย่างสวยงาม

 

4

“ระบบไวท์บาลานซ์อัตโนมัติของกล้อง G7X Mark II ให้ภาพถ่ายที่มีโทนสีถูกต้องสวยงามได้อย่างน่าประทับใจแม้จะถูกถ่ายภายใต้สภาพแสงผสมที่ยุ่งยากทั้งจากแสงในร่มและแสงธรรมชาติ”
กล้อง G7X Mark II นั้น มาพร้อมกับการเชื่อมต่อผ่านระบบ Wi-Fi และ NFC ในตัวกล้อง ที่ช่วยให้คุณส่งไฟล์ภาพเข้าไปยังสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ที่รองรับฟังก์ชัน NFC ได้ทันทีเพียงแค่แตะเข้ากับตัวกล้อง เพื่ออัพโหลดขึ้นไปบนโซเชียลเน็ตเวิร์คได้อย่างสะดวกง่ายดาย และยังสามารถทำการควบคุมการใช้งานของฟังก์ชันต่างๆในกล้องได้จากระยะไกลผ่านทางแอพ Camera Connect หรือสั่งพิมพ์ภาพแบบไร้สายจากเครื่องพิมพ์ของ Canon ได้อีกด้วย

คุณภาพการผลิตและการใช้งาน
หากใครที่เคยใช้งานกล้องรุ่น G7X มาก่อนนั้น จะรู้สึกคุ้นมือกับกล้อง G7X Mark II เป็นอย่างมาก เนื่องจากการจับถือต่างๆ นั้นยังแทบจะเหมือนเดิมทุกประการซึ่งนี่ก็แปลว่า G7X Mark II นั้น ก็ยังคงสามารถใส่อยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตหรือกางเกงของคุณได้อย่างสบาย ส่วนเรื่องงานประกอบนั้น Canon ก็ยังคงรักษาคุณภาพของกล้องคอมแพคท์ในตระกูลนี้ได้เป็นอย่างดีด้วยน้ำหนักที่เหมาะมือและให้ความรู้สึกในการจับถือที่ดีจากคุณภาพการประกอบที่แน่นหนาอยู่เช่นเดิมปุ่มกดและแป้นหมุนควบคุมต่างๆ บนกล้องG7X Mark II นั้น ยังคงถูกจัดวางไว้รวมกันอยู่ทางขวาเหมือนเคย ช่วยให้สามารถใช้งานด้วยมือข้างเดียวได้อย่างสะดวก โดยที่ด้านบนนั้นจะมีแป้นเปลี่ยนโหมดที่มีแป้นชดเชยแสงล้อมอยู่ทางขวาสุด ถัดมาโดยที่เยื้องไปทางด้านหน้านิดหน่อย จะเป็นปุ่มชัตเตอร์ที่มีก้านโยกซูมล้อมอยู่ แล้วถึงจะเป็นสวิตช์เปิด/ปิดและมีแฟลชติดกล้องอยู่ทางท้ายสุด

ด้านหลังของกล้องนั้น ยังคงเป็นปุ่มและแป้นต่างๆ เรียงกันอยู่ทางขวา และปล่อยด้านซ้ายให้เป็นจอทัชสกรีนเหมือนเคย โดยปล่อยให้มีที่พักนิ้วโป้งที่
ด้านบนขวาอยู่นิดหน่อย พอให้คุณจับถือ และใช้งานได้สะดวกดี และยังมีปุ่ม Q สำหรับเข้าไปยังเมนูลัดเพื่อปรับค่าพื้นฐานต่างๆ ที่ทำได้รวดเร็วและใช้งาน
ได้ดีมากๆ หรือถ้าให้สะดวกกว่านั้น คุณยังสามารถปรับเปลี่ยนค่าต่างๆ ได้ด้วยการใช้หน้าจอทัชสกรีนหรือเลือกจุดโฟกัสได้อีกด้วย
วงแหวนควบคุมที่อยู่รอบเลนส์นั้น สามารถเลือกตั้งค่าต่างๆ ได้หลายค่าตามความต้องการ ซึ่งน่าจะถูกใจช่างภาพมือโปรที่ชอบทำการปรับตั้งค่าต่างๆ ใน
แบบแมนวล ทั้งการโฟกัสภาพที่ต้องการความละเอียดหรือการใช้ปรับค่าช่องรับแสงในแบบเลนส์แมนวลที่ให้ความรู้สึกที่ดีมากในการใช้งาน โดยเฉพาะเสียงคลิกของวงแหวนที่นุ่มมือ ซึ่งวงแหวนควบคุมนี้ถูกออกแบบให้มาพร้อมสวิตช์เพื่อยกเลิกเสียงคลิกได้ทันทีในกรณีที่ไม่ต้องการหรือเมื่อไม่ต้องการเสียงรบกวนในขณะ
ถ่ายวิดีโอ

ประสิทธิภาพการทำงาน

กล้อง G7X Mark II นี้ ให้ผลลัพธ์ภาพถ่ายทั้งภาพนิ่ง   และวิดีโอที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างดี ต้องขอบคุณชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง DIGIC 7 ที่โดดเด่นใน
เรื่องความเร็วในการโฟกัส ไฟล์ภาพที่ได้จากตัวกล้องมีสีสันสดใส และมีรายละเอียดที่ครบครัน อีกทั้งยังมีNoise ที่ต่ำตลอดช่วงความไวแสงพื้นฐาน ซึ่งใช้งาน
ได้เป็นอย่างดีได้จนถึงค่า ISO 1600 จึงจะมี Noiseและร่องรอยของการเกลี่ยภาพเริ่มปรากฏขึ้นมาให้เห็นเมื่อขยับไปที่ ISO 3200 ขึ้นไปภาพจึงจะเริ่มปรากฏ
Noise ชัดขึ้น ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีกว่ารุ่น G7X ตัวเดิมอยู่มาก และนอกจากนี้กล้อง G7X Mark II ยังมาพร้อมกับความสามารถในการบันทึกไฟล์ RAW
คุณภาพสูงในแบบ 14 บิตแบบเดียวกับที่ใช้ในกล้องDSLR ได้ และยังสามารถแปลงและปรับแต่งไฟล์ RAWได้ทันทีจากในตัวกล้องอีกด้วย

ระบบวัดแสงทั่วไปของกล้อง G7X Mark II นั้นทำงานได้เป็นอย่างดี โดยให้ค่าการรับแสงที่แม่นยำและเหมาะกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี โดยไม่ต้อง
ไปกดใช้งานปุ่มชดเชยแสงมากนัก ส่วนระบบไวท์บาลานซ์อัตโนมัตินั้น ก็ทำงานได้เป็นอย่างดีเช่นกัน โดยเฉพาะในสภาพแสงผสม หรือแสงประดิษฐ์ก็ทำงานได้อย่างแม่นยำดีมาก

5.

“ฟังก์ชัน Picture Style ช่วยเพิ่มความหลากหลาย และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะให้กับภาพถ่ายได้เป็นอย่างดี โดยมีให้เลือกใช้
อย่างมากมาย และสามารถใช้กับโหมดวิดีโอได้ด้วยเช่นกัน”

เลนส์ซูมขนาด 4x (เทียบเท่า 24-100 มม.)ครอบคลุมการใช้งานได้อย่างเพียงพอ และที่สำคัญยังมาพร้อมกับช่องรับแสงกว้างมากสุดขนาด f/1.8-f/2.8 ที่มีความไวแสงมาก เหมาะกับการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย โดยที่ให้ผลลัพธ์ภาพถ่ายที่คมชัด เก็บบันทึกรายละเอียดต่างๆ ได้เป็นอย่างดีตลอดทุกช่วงซูม และ
ถ้าหากคุณยังรู้สึกว่ายังเข้าใกล้ตัวแบบไม่พอ ตัวกล้องยังมีดิจิตอลซูม ให้เลือกใช้งานอีกถึง 2 แบบ ทั้งการคร็อปขนาดไฟล์ภาพให้เล็กลง หรือการขยายรายละเอียดขึ้นมาแทน นอกจากนี้กล้อง G7X Mark IIยังมาพร้อมกับระบบกันสั่นแบบ Dual ที่จะทำการชดเชยค่าการสั่นไหวของตัวกล้องได้พร้อมกันทั้งจากที่อยู่ในตัวเลนส์และที่ติดตั้งอยู่ในบอดี้กล้องพร้อมๆ กันอีกด้วย ทำให้สามารถใช้มือถือกล้องทำการถ่ายภาพได้อย่างมั่นใจทั้งในส่วนภาพนิ่งและวิดีโอ รวมถึงเมื่อใช้งานฟังก์ชันมาโครได้อย่างดีอีกด้วย ทำให้มีการใช้งานได้อย่างมั่นใจและสะดวกมาก

ระบบออโต้โฟกัสของกล้อง G7X Mark II นั้นมีการทำงานได้อย่างน่าประทับใจ กล้องสามารถล็อกโฟกัสไปที่ตัวแบบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมาก
และยังสามารถเลือกให้ติดตามตัวแบบไว้ได้อีกด้วยโดยเมื่อนำมาใช้งานร่วมกับหน้าจอทัชสกรีนแล้วยิ่งทำให้การใช้งานเป็นเรื่องง่ายมาก โดยเฉพาะตอนที่
พลิกจอขึ้นมา 180 องศาเพื่อถ่ายเซลฟี่ หรือถ่ายวิดีโอบล็อกต่างๆ

การใช้งานวิดีโอนั้น G7X Mark II ก็ให้ไฟล์วิดีโอที่ดี สามารถเก็บรายละเอียดของช่วงโทนได้เป็นอย่างดีมากๆ เพียงแต่มันไม่มีช่องสำหรับต่อไมโครโฟนและหูฟังเพิ่มเท่านั้น ซึ่งถ้าหากคุณไม่กังวลกับเรื่องของคุณภาพเสียงมากนัก G7X Mark IIก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ระบบออโต้โฟกัสของ G7X Mark II นั้น ก็ยังใช้งานกับการถ่ายวิดีโอได้เป็นอย่างดีไม่แพ้กับในภาพนิ่ง แถมยังมีระบบกันสั่นที่ทำงานได้ดีมากๆ จนสามารถลดการสั่นไหวของภาพขณะถือกล้องแล้วเดินถ่ายได้ ราวกับใช้อุปกรณ์เสริมมาช่วยเลยทีเดียว และ G7X Mark II
นี้ยังมีหน้าจอทัชสกรีนที่เงยขึ้นมาได้ถึง 180 องศานับเป็นการออกแบบเพื่อใช้งานโดยรวมของมันก็เหมาะกับการทำวิดีโอบล็อกกิ้ง ที่เป็นเทรนด์ของผู้ใช้งานในยุคนี้เป็นอย่างมาก เลยไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ ที่ G7X ตัวก่อนนั้นถึงเป็นที่นิยมมากนัก

Creative Shot ที่เคยมีในแป้นเปลี่ยนโหมดของ G7X นั้น ได้ถูกยุบรวมมาอยู่ในโหมด Sceneแทน ซึ่งมีฟิลเตอร์ต่างๆ ให้เลือกใช้ตามความชอบและยังมาพร้อมกับโหมดฟรุ้งฟริ้ง ตามแบบของกล้องคอมแพคท์ในสมัยนี้อีกด้วย แถมยังสามารถเลือกบันทึกไฟล์แบบ RAW ควบคู่กันไปได้ เพื่อเก็บไว้เป็นไฟล์ภาพต้นฉบับได้อีกด้วย ส่วนอายุการใช้งานแบตเตอรี่นั้น แม้จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 250 ภาพแล้วก็ตาม แต่ถ้าหากคุณใช้งานค่อนข้างบ่อยอย่างเช่นระหว่างการท่องเที่ยว หรือบันทึกวิดีโอต่อเนื่องแล้วเราขอแนะนำให้มีแบตเตอรี่สำรองเพิ่มสักก้อนหรือจะใช้พาวเวอร์แบงค์ชาร์จไฟให้ตัวกล้องผ่านทางช่อง USB ก็ยังได้อีกด้วย ช่วยให้คุณไม่ต้องพกสายชาร์จไปมากมายให้รกรุงรัง

บทสรุป

กล้อง G7X Mark II นี้ ถือเป็นกล้องคอแพคท์ที่ยอดเยี่ยมและสร้างความประทับใจให้กับเราได้อีกเช่นเคย ด้วยการออกแบบที่สวยงามลงตัว ขนาดของตัวกล้องที่มีสันเหลี่ยมคมชัดดูดีพร้อมกริปกันลื่นด้านหน้ากล้องที่ทำให้ง่ายต่อการจับถือกระชับมือ รวมถึงฟังก์ชันและลูกเล่นที่มีประโยชน์และสนุกสนานในการใช้งานที่ครบครัน พกตัวเดียวก็เอาอยู่ทุกสถานการณ์ทำให้กล้อง G7X Mark II เป็นตัวเลือกที่ลงตัวทั้งสำหรับช่างภาพมือโปรที่ต้องการกล้องสำรองพกติดตัวไว้ในยามเก็บภาพท่องเที่ยวเดินทางในขณะที่ยังคงสนุกกับการควบคุมกล้องเพื่อใช้งานในแบบแมนวลได้ตามต้องการ เช่นเดียวกันกับกลุ่มผู้ใช้ที่มองหากล้องถ่ายภาพขนาดเล็กแบบพกพาที่ใช้งานง่ายด้วยโหมดอัตโนมัติแต่ในขณะที่ยังคงต้องการผลงานภาพถ่ายที่สวยงามและมีคุณภาพสูงกว่าที่ได้จากกล้องในสมาร์ทโฟนหรือจากกล้องคอมแพคท์ทั่วๆ ไป

Read More
1NIKON D500

NIKON D500

21/06/2017 • Review, Uncategorized • Views: 274

E-M1MarkII-BLK_right_M12-40mmf28-BLK

Olympus OM-D E-M1 mark II

19/06/2017 • Highlights, Review • Views: 129

รีวิว Olympus OM-D E-M1 mark II กล้อง Olympus OM-D E-M1 Mark II กล้องเรือธงลำใหม่

canon

Canon EOS 100D

25/11/2013 • Highlights, October 2013, Review • Views: 4698

กล้อง EOS 100D ไม่เพียงเป็นกล้อง DSLR ที่เล็กที่สุดในโลก ณ ขณะนี้

lumix

Panasonic Lumix G6

22/11/2013 • October 2013, Review • Views: 4815

กล้อง Lumix ตระกูล G รุ่นน้องล่าสุดจาก Panasonic ที่ได้รับการอัพเกรดประสิทธิภาพแซงหน้ากล้องรุ่นพี่ไปหลายก้าว

nikon-d7100

Nikon D7100

13/11/2013 • June 2013, Review • Views: 6495

กล้องระดับมืออาชีพของนิคอนรุ่นใหม่มีเซ็นเซอร์ใหม่ที่ให้ความละเอียดมากขึ้น

1

Ben Q GH800

08/11/2013 • Highlights, June 2013, Review • Views: 1471

กล้องคอมแพคท์ High Zoom 36x คุณสมบัติครบครัน ใช้งานง่าย พร้อมลูกเล่นสร้างสรรค์ภาพที่สนุกสนานมากมาย

2

Nikon D5200

07/11/2013 • June 2013, Review • Views: 3438

กล้อง DSLR คุณภาพเยี่ยมใช้งานง่ายคล่องตัวพร้อมลูกเล่นสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่หลากหลาย ภายหลังจากที่ทาง Nikon

3

Sony A58

31/10/2013 • June 2013, Review • Views: 3182

กล้องดิจิตอล DSLT ระดับเริ่มต้น ความละเอียด 20 MP ใช้งานง่าย ราคาประหยัด

4

Canon EOS 100D

30/10/2013 • June 2013, Review • Views: 2139

ไม่เพียงแต่มีความโดดเด่นในตลาดมาอย่างยาวนาน Canon ได้นำเสนอกล้อง SLR ที่เล็กและเบาที่สุดในโลกออกสู่ตลาด Amy Davies